ในที่สุดก็ออกมาเผยตัว

ไปดูบรูดาที่หน้าอ่าว

…..บรูดา…วาฬบรูดา….แม่น้ำบางตะบูน….สมิทธิ์ สูติบุตร…แหลมผักเบี้ย…บางขุนไทร…โป๊ะปลาทู…อ่าวไทย…

ประเทศไทยใจเดียว
คมฉาน ตะวันฉาย…เรื่อง/ภาพ
www.facebook.com/pages/ตะวันยิ้มแฉ่ง

                                                   ไปเยี่ยมบรูดา…ที่หน้าอ่าว
สมิทธิ์ สูติบุตร นักถ่ายภาพนกฝีมือต้นๆของบ้านเรา โทรมาชวนผมให้ออกไปดูวาฬบรูดากลางอ่าวไทยด้วยกันมาหลายครั้งแล้ว คงเกรงว่าผมจะตกหล่นแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวไป ผมรึก็ไปโน่นไปนี่แทบไม่ได้หยุด จนกระทั่งก่อนเจ้าพายุแกมีจะขึ้นฝั่งทางเพชรบุรี สมิทธิ์ ก็ชวนมาอีกครั้ง คราวนี้ผมว่างพอดี นั่นแหละครับถึงได้มีโอกาสไปเยือนบรูดาถึงถิ่น
จุดเริ่มต้นลงเรืออยู่ที่ปากแม่น้ำบางตะบูน บ้านของลุงจำรูญ ชาวประมงชายฝั่งที่ผันกายและปรับปรุงเรือมาเป็นเรือดูบรูดา เป็น 1 ใน 2 ลำที่บางตะบูนที่เป็นเรือพาไปดูวาฬได้ แม่น้ำบางตะบูนก็คือแม่น้ำเพชรบุรีนั่นเอง ช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองก็เรียกแม่น้ำเพชรบุรี แต่ช่วงที่จะออกสู่อ่าวไทยตรงบ้านบางตะบูนเขาก็เรียกแม่น้ำบางตะบูน เวลาผมกลับไปเยี่ยมบ้านที่เพชรบุรี ก็มักเถลไถลไม่รีบร้อน โดยใช้ถนนเลี่ยงทางหลักตรงคลองโคน แล้วแล่นเลาะ ผ่านบ้านเขายี่สาร เข้าบ้านปากคลอง ดูป่าชายเลนถูกถางไปเรื่อยๆ แล้วก็ข้ามแม่น้ำบางตะบูนเข้าบ้านแหลม เลยไปดูนกที่บ้านปากทะเลบ้าง บางขุนไทร แหลมผักเบี้ย หรือถ่ายรูปนาเกลือข้างทางไปเรื่อยเปื่อย ซึ่งทางเส้นนี้เป็นเส้นทางขับรถเที่ยวที่สวยมาก มีอะไรให้ดูตลอดทาง กว่าจะถึงตัวเมืองเพชรก็เย็นย่ำทุกที

1_แดดเช้าที่หน้าอ่าวบางตะบูน เห็นที่พักคนเฝ้าหอยในเงาแดด

แต่คราวนี้ผมหยุดลงเรือลุงจำรูญที่ตีนสะพานข้ามแม่น้ำบางตะบูนนั่นเอง มีเพื่อนร่วมเดินทางครั้งนี้ 11 คน ทั้งๆที่เรือนั่งได้มากกว่านั้น แต่แค่นี้ถือว่ากำลังเหมาะสำหรับการออกทะเลเพื่อถ่ายรูปวาฬ เรือค่อยๆแล่นออกทะเล ตรงปากแหลมๆ ของกอไก่พอดี ย่านนี้จะมีกระท่อมเฝ้าหอยแครงปลูกอยู่กลางทะเลเยอะมาก เหมือนเป็นหมู่บ้านเลย กระจายกันอยู่ ดูๆ อีกทีก็คล้ายทางปันหยีที่พังงา ทะเลย่านนี้เป็นทะเลเลน เหมาะกับการเลี้ยงหอยแครง สมัยผมเด็กๆนั้น มีหอยแครงจากทางบ้านแหลมไปเร่ขายราคาถูก ตัวใหญ่ แต่ก่อนคงเป็นการถีบกระดานออกไปหา แต่เดี๋ยวนี้คงต้องทำเป็นฟาร์มเลี้ยงกัน ออกไปไกลอีกหน่อยจะเป็นฟาร์มเลี้ยงหอยแมลงภู่ที่ใช้เสาปูนปักๆแล้วมีสายเชือกเลี้ยงหอยระหว่างเสา สมัยผมเด็กๆ(อีกแหละ) เขาจะใช้ไม้ไผ่นวลลำเล็กๆ ที่จะมีคนตัดมาจากทางหนองหญ้าปล้อง บ้านท่าตะคร้อ เอามาขายให้คนเลี้ยงหอย เขาจะเอามาปักลงไปในพื้นเลน แล้วลูกหอยก็จะมาเกาะ ไกลออกไปอีกจะเป็นโป๊ะปลาทู ที่เขาล้อมเป็นบ่อ เอาไม้ไปปักถี่ๆ ทำเป็นทางเข้า มีกระท่อมเล็กๆไว้ให้คนเฝ้า แล้วนกทะเลอย่างนางนวล นกยาง นกกาน้ำเล็ก กาน้ำใหญ่ เหยี่ยวแดง ก็จะมาเกาะตามยอดเสาต่างๆ เรียกว่าเพลินตลอดการนั่งเรือออกทะเลเพื่อไปดูวาฬ

โปะปลาทูกลางทะเล

ทะเลในอ่าวไทยรูปตัวกอนั้นน้ำจะไม่ใสออกขุ่นๆ บรรดาฟาร์มหอย โป๊ะปลาทั้งหลายพอออกไปไกลๆ ก็ไม่มีแล้ว เห็นแต่ทะเลเวิ้งว้าง แต่ยังพอมองเห็นฝั่งแถวมหาชัยบ้างแม่กลองบ้าง ลุงจำรูญแกตาดีมาก พอเห็นโลมาโดดเล่นน้ำ แกก็จะวาดหัวเรือไปให้ดู ให้ถ่ายรูปใกล้ๆ อันที่จริงโลมากับปลาวาฬนั้นเป็นกลุ่มที่เขาเรียกว่า Cetaceans เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม บ้านเราค้นพบกัน 25 ชนิดจากที่มีในโลก 80 ชนิด จุดหมายที่เราจะไปเยี่ยมคราวนี้คือ ปลาวาฬบรูดา (Bryde’s whale) ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเจอกันที่บ้านกรูด ประจวบฯ ก็ฮือฮากันเพราะไม่ได้พบเห็นกันบ่อยๆ ทั้งๆที่จะว่าไปแล้ว เจ้าวาฬบรูดานี้เขาก็อยู่อาศัยในนี้แหละครับ ไม่ได้อพยพไปมาแบบนกถิ่นหนาวแต่อย่างใด แต่เขาก็จะหากินไปตามแหล่งอาหาร ซึ่งก็คือปลากะตักตัวเล็กๆนั่นเอง อาหารอยู่ย่านไหนเขาก็ไปหากินที่นั่นแต่ก็อยู่ในอ่าวไทยเรานี่แหละ ที่ว่าฮือฮาเพราะเราไม่ค่อยเจอเขาบ่อยเหมือนโลมาที่เวลาเรานั่งเรือไปเที่ยวตามเกาะ บางทีเห็นโลมาว่ายข้างเรือ โดดน้ำโหยงๆ ก็มี แต่สำหรับวาฬ ขนาดลุงจำรูญว่าเซียนๆ ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ได้แต่สอดส่ายตามองไปในทะเลกว้าง แกว่าต้องสังเกตนกนางนวลว่าไปรุมกันอยู่ตรงไหน แสดงว่าตรงนั้นวาฬมันขึ้นหากินปลา วันนั้นเราจึงนั่งหาวบ้าง หลับบ้างไปบนเรือที่แล่นไปเรื่อยๆ จนเห็นโบสถ์วัดกระช้าขาวที่มหาชัยอยู่ไม่ไกล ซึ่งหมายถึงว่าเราออกมาจากฝั่งแล้ว 40-50 กิโลเมตรทีเดียว เลยวกเรือกลับ ตั้งแต่แปดโมงเช้า จนบ่ายสาม แทบจะหมดหวังกันอยู่แล้ว ก็เห็นเรืออวนลาก 2 ลำกำลังลากอวนข้างหน้า เห็นนกนางนวล บินกันเป็นฝูงคอยจิกกินปลาเล็กๆทางก้นอวน ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรแค่ถ่ายรูปนกแก้เซ็งไปเรื่อยๆ ตาก็มองไปเห็นอะไรดำๆ แหลมๆ ผลุบๆ โผล่ๆอยู่ไกลๆ แม้ไม่เคยเห็นตัวจริงแต่ก็ดูคลิปดูวีดีโอของวาฬชนิดนี้มาบ้าง พอชี้บอกลุงจำรูญ แกจึงได้เอาเรือมุ่งหน้าเข้าไปและก็ใช่จริงๆด้วย เราเห็นกระโดงบนหลังและลำตัวอวบอ้วนสีดำ ลอยอยู่ผิวน้ำแล้วจมลง สักครู่ก็โผล่ขึ้นมาอ้าปากกว้างค้างอยู่อย่างนั้น พวกนกนางนวลก็จะมารุมมะตุ้มกันเต็มไปหมด ก่อนที่เจ้าพระเอกจะค่อยๆพลิกหัวแล้วค่อยๆ งับปากลง แล้วมุดหัวลงทะเล ทิ้งฟองน้ำขาวไว้ อีกแป๊บเดียวก็ลอยตัวโชว์กระโดงแล้วจึงดำลงน้ำไปทิ้งรอยน้ำที่วนตัวเป็นคลื่นดันขึ้นมาให้สังเกตได้

ในที่สุดก็ออกมาเผยตัว

พฤติกรรมแบบนี้แทบจะเป็นสูตรสำเร็จของบรูดา พอจมลงน้ำเขาก็จะดำหายไปเราก็กวาดตามองไปรอบๆเรือสิ พอใครเห็นตรงไหนก็ชี้มือบอกกัน บางทีมีมากกว่า 1 ตัว (เห็นว่ามีมาชุมนุมกันมากนับสิบตัวก็มี) บางตัวก็ชูหัวขึ้นมาสูงก่อนจะอ้าปากกว้างๆ บางทีก็เข้ามาใกล้ๆเรือห่างไปแค่ 4-5 เมตร ก็มี ที่น่าฉงนก็คือ เข้าเรืออวนลาก พอเห็นเรือนักท่องเที่ยววนไปวนมาดูวาฬ ก็จะรู้ว่าวาฬอยู่ทางไหน เมื่อวาฬอยู่ก็แสดงว่าปลากะตักก็อยู่ บางครั้งผมเห็นวาฬอยู่ในทิศทางของอวนของเรือที่กำลังลากปลาด้วยซ้ำ อดคิดไม่ได้ว่า ในเมื่อจุดหมายของทั้งวาฬและเรืออวนลากก็คือปลากะตัก วันหนึ่งถ้าวาฬไปติดอวน คนเรือจะปล่อยวาฬไปโดยดีหรือไม่
ผมได้พูดคุยกับนักวิชาการทางด้านทรัพยากรชายฝั่ง บอกว่าชาวประมงเขาถือเขาไม่ทำร้ายวาฬ ผมก็พาลไปนึกถึงไม้พะยูง ชาวบ้านไม่ใช้สร้างบ้านเพราะถือว่าเป็นของสูง แต่ตัดไปขายเฉยเลย การดูวาฬเหมือนการเสี่ยงดวง บางครั้งแค่แถวๆโป๊ะปลาทูก็เจอแล้ว แต่บางวันทั้งวันก็ไม่เห็น ค่าเรือเขาคิด 4,000 บาท เอาแค่เจอวาฬหรือค่ำก่อนคือถ้าออกเรือไปแค่ชั่วโมงเดียวแล้วเจอ ก็ถือว่าจบ แต่ถ้าไม่เจอก็ล่องทะเลจนมืด สนใจก็ลองโทรไปถามและจองเรือจากลุงจำรูญ ที่เบอร์โทร.032-581-233

พายุฝนกำลังก่อตัว

สนุก ตื่นเต้น เมื่อเห็นก็ยินดีที่เขายังมีความสุขกับท้องทะเลไทย แต่ก็ห่วงเรือท่องเที่ยวที่เข้าไปใกล้จนรบกวนเขา ไหนจะเรืออวนลาก เรืออวนรุน ยังจะมลพิษทางน้ำที่เปลี่ยนแปลงทะเลไทยไปทุกวัน วันนี้ยังเห็นวาฬอยู่ แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่ ถ้าไม่ย้ายตามปลากะตักไปทะเลที่สะอาดกว่า ก็แสดงว่า ตายหมดฝูงครับ….
…………………..
@ตีพิมพ์ครั้งแรก เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ -๑ ธันวาคม ๒๕๕๕@

…..บรูดา…วาฬบรูดา….แม่น้ำบางตะบูน….สมิทธิ์ สูติบุตร…แหลมผักเบี้ย…บางขุนไทร…โป๊ะปลาทู…อ่าวไทย…

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>